สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในไทย ญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบก 8 ธันวาคม 2484

สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในไทย ญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบก 8 ธันวาคม 2484

หวยไทยไทย พามาย้อนรำลึก 79 ปี เหตุการณ์ ญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบก จุดเริ่มต้น สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในประเทศไทย เมื่อ 8 ธันวาคม 2484

เมื่อ 8 ธันวาคม 2484 ใกล้กับวันฉลอง รัฐธรรมนูญ กองทัพญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบก ตามแนวชายฝั่งประเทศไทย ทำให้ เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการเปิดฉาก สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อ 79 ปีก่อน ในเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม เวลา 02.00 น. กองทัพญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบกที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎร์ธานี ปัตตานีและบางปู สมุทรปราการ และบุกเข้าประเทศไทยทางบกที่อรัญประเทศ

กองทัพญี่ปุ่น สามารถขึ้นบกได้โดยไม่ได้รับการต่อต้านที่บางปู ส่วนทางภาคใต้และทางอรัญประเทศมีการต่อสู้ต้านทานอย่างหนักของทหารไทย ประชาชนทั่วไป และอาสาสมัครที่เป็นเยาวชน ที่เรียกว่า ยุวชนทหาร ในบางจังหวัด เช่น การรบที่สะพานท่านางสังข์ จังหวัดชุมพร

กล่าวคือ กลุ่มยุวชนทหาร และกองกำลังผสมทหารตำรวจ ซึ่งกำลังจะต่อสู้ปะทะกันอยู่ที่สะพานท่านางสังข์ โดยที่กลุ่มยุวชนทหารนั้นมีผู้บังคับการคือร้อยเอกถวิล นิยมเสน

ในระหว่างการสู้รบ ร้อยเอกถวิล นำกำลัง ยุวชนทหาร ออกมาปะทะกองทหารญี่ปุ่น แม้ร้อยเอกถวิลจะถูกทหารญี่ปุ่นยิงเสียชีวิต แต่ยุวชนทหารยังคงสู้ต่อไปจนกระทั่งรัฐบาลสั่งหยุดยิง เมื่อเวลา 11.00 น. โดยประมาณ

เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นทราบว่ากลุ่มยุวชนทหารหลายคนเป็นเพียงนักเรียนมัธยมศึกษา จึงส่งหนังสือเชิดชูความกล้าหาญมายังกระทรวงกลาโหม และร้อยเอกถวิล นิยมเสน ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นพันโท

ส่วนการเชิดชูเกียรติของยุวชนทหารผู้เสียชีวิต และผู้ร่วมต่อสู้ในครั้งนั้น มีอนุสาวรีย์ยุวชนทหารอยู่ที่ริมสะพานท่านางสังข์ เป็นรูปยุวชนทหารพร้อมกับอาวุธปืนยาวติดดาบปลายปืน ในท่าเฉียงอาวุธ ยืนอยู่บนแท่น สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2524

ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุการณ์ ยกพลขึ้นบก ที่อ่าวบ้านดอน และตลาดบ้านดอน เนื่องจากมีประชาชนประกอบพิธี ฉลองรัฐธรรมนูญ ณ ศาลากลาง ทำให้ประชาชน เข้าร่วมสู้รบ

ทางด้านคลังแสงได้แจกจ่ายอาวุธให้แก่ประชาชน ซึ่งในกลุ่มนี้มี ครูลำยอง วิศุภกาญจน์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมรบ โดยก่อนการสู้รบ ทหารญี่ปุ่นได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยก่อน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเกิดการสู้รบกัน

ครูลำยอง ประจำการแนวรบด้านปีกขวา ได้ใช้รั้วสังกะสีเป็นที่กำบัง เพื่อต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น ในขณะที่โผล่ศีรษะเพื่อประทับปืนบนไหล่ จึงถูกทหารญี่ปุ่นยิงเข้าที่หน้าผาก และได้ถึงแก่กรรมเมื่อเวลา 11.15 น. ของวันเดียวกัน

ส่วนทางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีอนุสาวรีย์จ่าดำ หรือ อนุสาวรีย์วีรชนไทย เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของชาวไทยที่ได้ต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เมื่อญี่ปุ่นส่งกำลังพลเข้ารุกรานไทย ในหลายพื้นที่ชายทะเลของไทย ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยจำเป็นต้องเข้าร่วม สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในเวลาถัดมา

แม้ในช่วงแรกไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หลังจากอังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมนี ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2482 การวางตัวเป็นกลางของไทย ไม่ได้ทำอย่างเคร่งครัด เพราะเมื่อฝรั่งเศสเพลี่ยงพล้ำ ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเยอรมนี

รัฐบาลชาตินิยมของไทยในสมัยนั้น ก็เริ่มเคลื่อนไหว เพื่อที่จะยึดเอาดินแดนลาว และกัมพูชา ที่ตกอยู่ภายใต้ความครอบครองของฝรั่งเศสมาเป็นของไทย ทำให้ “ญี่ปุ่น” ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลอยู่ในอินโดจีนเข้ามาไกล่เกลี่ย และฝรั่งเศสได้ยอมมอบดินแดนบางส่วนให้กับไทยในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2484

จากนั้น ญี่ปุ่น ได้ส่งเอกอัครราชทูต เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 23 นาฬิกา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2484 เพื่อขออาศัยดินแดนไทยเป็นทางผ่านในการเคลื่อนทัพ

ก่อนการประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐฯ ในวันที่ 8 ธันวาคม เวลา 1 นาฬิกา แต่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อยู่ระหว่างเดินทางไปราชการที่ต่างจังหวัด ทำให้ขาดผู้มีอำนาจในการสั่งการ

ทางญี่ปุ่นไม่รอช้า ยกพลขึ้นบก ในพื้นที่ชายทะเลของไทย แม้ว่าทางการไทยจะยังมิได้ให้ความยินยอม จนนำไปสู่การสู้รบ ระหว่างกองทัพญี่ปุ่นกับเจ้าหน้าที่ไทย หลังจากที่เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเดินทางไปขอพบนายกรัฐมนตรีไทยเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ไทยจะออกประกาศให้ทหารและตำรวจหยุดยิง

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม มาถึงในทุกปี หลายพื้นที่ได้มีการจัดพิธีรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าหาญ ในเหตุการณ์กองทัพญี่ปุ่น ยกพลขึ้นบก

ขอขอบคุณ ศิลปวัฒนธรรม