Tri Bhumi Heaven Hell Earth

ไตรภูมิ รู้จักสามโลกในทางพุทธศาสนา

ในความเข้าใจของคนทั่วไป ไตรภูมิ แปลว่า สามโลก ประกอบด้วย สวรรค์ มนุษย์ นรกหรือบาดาล แต่แท้จริงแล้วในทางพุทธศาสนา ไตรภูมิคืออะไร และภพภูมิทั้ง 3 มีอะไรบ้าง

ไตรภูมิพระร่วง เตภูมิกถา ไตรภูมิโลกวินิจฉัย เตภูมิโลกวินิจฉัย คือ วรรณกรรมศาสนาพุทธที่รวบรวมจากคัมภีร์ในศาสนาพุทธ เป็นพระราชนิพนธ์ในพระมหาธรรมราชาที่ ๑ แห่งอาณาจักรสุโขทัย แต่งขึ้นประมาณปี พ.ศ.๑๘๘๘

มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกสัณฐานที่แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน เรียกว่า ไตรภูมิ เตภูมิ หรือที่คนไทยเรียกกันว่า สามโลก ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่คิดว่าสามโลกประกอบด้วย สวรรค์ มนุษย์ นรก หรือบ้างก็เป็นบาดาล ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

ในพุทธศาสนา ทั้งสามภูมิที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกามภูมิเท่านั้น โดยไตรภูมิหรือสามโลกที่แท้จริงแล้วประกอบด้วย กามภูมิ ๑๑ รูปภูมิ ๑๖ และอรูปภูมิ ๔

ทำอกุศลกรรมไม่ได้ตกนรกเสมอไป และ สวรรค์ไม่มีชั้น ๗

ในทางพุทธศาสนา เมื่อเราประกอบกรรมชั่ว หรืออกุศลกรรม หลังจากตายไปแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปนรกภูมิเสมอไป เพราะยังมีอบายภูมิอีก ๓ แห่ง ได้เตรียมรอเพื่อชดใช้กรรม ได้แก่

นรกภูมิ เป็นภูมิย่อยที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด แน่นอนว่าคนทำบาปหนาบาปหนักจึงมาเกิดยังนรกภูมินี้

ติรัจฉานภูมิ เป็นภูมิของสัตว์เดรัจฉาน ในภูมินี้ยังพอทุเลากว่าภูมิอื่นๆ เพราะแม้จะลำบากยากเข็ญเพียงใด ก็ยังมีเรื่องยินดีอยู่ คือ มีการกิน การนอน การสืบพันธุ์

เปรตวิสัยภูมิ เป็นโลกของผู้ห่างไกลความสุข เปรตในความเข้าใจของคนทั่วไปคือปากแหลมเท่ารูเข็ม ตัวยาวเท่ายอดตาล มือใหญ่เท่าใบพาย แต่จริงๆ แล้วในเปรตมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท บางประเภทชอบกินขี้ บางประเภทรูปงามเหมือนเทวดา เช่น

คูถขาทา เปรตกินอาจมอุจจาระของเน่าเสีย รูปร่างน่าเกลียดมีกลิ่นเหม็น

มหิทธิกาเปรต มีฤทธิ์เหาะได้ แต่หิวโหยตลอดเวลา ชอบกินของเน่าเสีย

เวมานิกเปรต เป็นเปรตกึ่งเทวดา คือเวลาเสวยสุขมีรูปงามอยู่ในวิมาน มีอาหารทิพย์ บริวาร แต่เมื่อเสวยทุกข์ก็จะเป็นเปรตอยู่ในเปรตภูมิ ได้รับความทุกข์ทรมานตามกรรมที่กระทำ ซึ่งเปรตจำพวกนี้จะเสวยทุกข์และสุขสลับกันไป บ้างก็เป็นข้างขึ้นข้างแรม บ้างก็เป็นกลางวันกลางคืน

อสุรกายภูมิ เป็นที่อยู่ของผู้ที่ทำบาปไว้และต้องไปเสวยผลของบาป มีชีวิตเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นฝืดเคือง ขาดเครื่องอุปโภคบริโภค ทุกข์ยากลำบากกาย จิตใจหดหู่เหี่ยวแห้งไม่สนุกสนานรื่นเริง

ในสุคติภูมินั้น ภูมิล่างสุดคือ มนุสสภูมิ อันประกอบด้วย ๔ ทวีปใหญ่ที่ไม่ใช่เอเชีย ยุโรป หรืออเมริกา แต่มีเขาสิเนรุ หรือพระสุเมรุเป็นที่ตั้ง แล้วแบ่งออกเป็นสี่ทิศ ได้แก่

ทิศตะวันออก คือ ปุพพวิทเหทวีป

ทิศตะวันตก คือ อปรโคยานทวีป

ทิศเหนือ คือ อุตตรกุรุทวีป

และทิศใต้ คือ ชมพูทวีป อันเป็นที่ตั้งของโลกมนุษย์ที่เราอยู่อาศัยทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

ถัดจากมนุสสภูมิก็จะเป็น สวรรค์ซึ่งมี ๖ ชั้น เรียกว่า ฉกามาพจรสวรรค์ มาจาก แปลว่า ๖ กาม แปลว่า ความรักใคร่ และอาวจร แปลว่า ความเกี่ยวข้อง และสฺวรฺค แปลว่า สวรรค์ สนธิกันแล้วหมายถึง สวรรค์ ๖ ชั้นของผู้ที่ยังเกี่ยวข้องกับความรักใคร่ ประกอบด้วย จาตุมหาราชิกาภูมิ ตาวติงษาภูมิ (ดาวดึงส์) ยามาภูมิ ดุสิตาภูมิ นิมมานรติภูมิ และปรนิมมิตวสวัตตีภูมิ

สวรรค์ที่เราคุ้นมากที่สุดคือ ดาวดึงส์ ที่มีพระอินทร์เป็นผู้ปกครอง และในสวรรค์ชั้นนี้ยังมีจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้ว พระจุฬา และพระโมลี ของพระโคตมพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน อีกหนึ่งชั้นสำคัญที่มักได้ยินบ่อยๆ คือ ชั้นดุสิต อันเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์ก่อนจะเกิดมาเป็นพระพุทธเจ้า

ในเมื่อสวรรค์มี ๖ ชั้น ต่อจากนั้นจึงเป็นชั้นพรหมคือ รูปภูมิ ๑๖ และอรูปภูมิ ๔ แล้วสำนวนสวรรค์ชั้นเจ็ดมาจากไหน?

ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ในช่วงปี ๒๔๖๓-๒๔๗๓ เยาวราชได้เกิดตึก ๗ ชั้นอันทันสมัย และมีลิฟต์ให้บริการ ดำเนินกิจการมากมายตั้งแต่ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า และที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ซ่องโสเภณี ที่มีราคาค่าตัวแพงมาก ถึงคืนละ ๓-๕ บาทในสมัยนั้น สำนวน “สวรรค์ชั้นเจ็ด” จึงเกิดขึ้น

คราวต่อไปเมื่อเจอคำว่าไตรภูมิ หรือสามโลก เช็กบริบทที่เกิดขึ้นให้ดี หากอยู่ในหมวดหมู่ศาสนา สามโลก อาจไม่ใช่ สวรรค์ มนุษย์ บาดาล แต่หมายถึง ามภูมิ ๑๑ รูปภูมิ ๑๖ และอรูปภูมิ ๔ แทน