ดอกไม้พระร่วง สุดยอด เครื่องราง เสริมบารมี โชคลาภ เงินทอง

ดอกไม้พระร่วง สุดยอด เครื่องราง เสริมบารมี โชคลาภ เงินทอง

ดอกไม้พระร่วง เครื่องราง เสริมบารมี โชคลาภ เงินทอง สุดยอดเครื่องรางแห่งสยามประเทศ หวยไทยไทย พามารู้จัก เครื่องรางของขลัง เหรียญกษาปณ์ โบราณ ตั้งแต่สมัยอยุธยา

ดอกไม้พระร่วง เครื่องราง เสริมบารมี

เงินดอกไม้อยุธยา หรือ ดอกไม้พระร่วง เป็นเหรียญโบราณ สมัยอยุธยา เชื่อว่า มีความขลัง มีอำนาจศรัทธา เสริมโชคลาภ บารมี หลายคนนำไปทำพิธีเพื่อขอ “เลขเด็ด” ในการเสี่ยงโชค

เหรียญดอกไม้พระร่วง มีขนาดด้วยกัน 4 ขนาด ขนาดเล็กสุดช่อดอกไม้ได้ลดรูปเหลือเป็นเพียงจุด 2 จุด ซึ่งแทนดอกไม้หนึ่งช่อเพราะมีพื้นที่ไม่พอสำหรับทำเป็นช่อดอกไม้

ดอกไม้พระร่วง เหรียญกษาปณ์ สมัยอยุธยา

ขุดพบ เหรียญดอกไม้พระร่วง ที่วัดพนัญเชิง โบราณสถานเก่าแก่ ในสมัยอยุธยา โดยพบพร้อมกับ พระเครื่อง ตะปูสังฆวานร ภาชนะดินเผาในสมัยอยุธยา ซึ่งพบในกรุแตกเนื่องจากการบูรณะโบราณสถาน

ภายในกรุ มีเหรียญโบราณ ในแต่ละยุค ทั้งฟูนัน อยุธยา พระสมัยอยุธยา พระรัตนะสนิมแดง ตะปูสังฆวานร หม้อดินเผาสมัยอยุธยา เครื่องกังไสสมัยอยุธยา หรือ สมัยราชวงศ์หมิง บาตรน้ำมนต์เคลือบสังคโลกสมัยสุโขทัย คาดว่าได้นำโบราณวัตถุแต่ละยุค มารวบรวมบรรจุไว้ด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนา

ดอกไม้พระร่วงในสมัยพระเจ้าบรมโกศ

ในสมัยโบราณ การใช้เงินตรา นิยมใช้เงินพดด้วง ขนาดต่างๆ กัน เพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้า นอกจากนี้ยังพบว่า ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยา ได้ใช้ “เบี้ย” เป็นเงินปลีก
เบี้ย คือ เปลือกหอยเล็กๆ มีลักษณะเป็นมันวาว พบในทะเลเขตอบอุ่น เคยนิยมใช้เป็นเงินในจีน อินเดีย ยุโรป และแอฟริกา โดยในสมัยอยุธยา พ่อค้าชาวต่างชาติ เป็นผู้นำมาจากแถบหมู่เกาะมัลดีฟส์
เบี้ย เป็นเงินที่มีมูลค่าต่ำ ชาวบ้านจึงใช้ในการจับจ่ายใช้สอยอย่างแพร่หลาย เบี้ยที่นำมาใช้มีหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันส่วนมากคือ เบี้ยจั่น และเบี้ยนาง ราคาเบี้ยสมัยนั้นไม่แน่นอน แล้วแต่จะมีพ่อค้านำเข้ามาค้าขายมากหรือน้อย โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 200-800 เบี้ยต่อเฟื้อง
สมัยอยุธยาในรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประมาณ พ.ศ. 2287 เกิดการขาดแคลนเบี้ย ซึ่งมีหลักฐานปรากฏในจดหมายเหตุโหรสมัยอยุธยาว่า
“ปีชวด จุลศักราช ๑๑๐๖ ณ วันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือนสิบสอง ไฟไหม้วังหน้า ใช้ แปะประกับ มิใช้เบี้ย”
แปะประกับในที่นี้มีข้อสันนิษฐานเป็นสองประการ
หนึ่ง คือ ประกับดินเผา ทำจากก้อนดินเหนียว มีลักษณะกลมแบน ขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ และนำไปเผาเพื่อให้ดินสุก จึงมีความเหนียว แกร่ง และทนทาน มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1.5-2.9 เซนติเมตร หนาราว 0.5 เซนติเมตร ด้านบนจะมีตราประทับเป็นรูปต่างๆ เช่น ดอกบัว กินรี กระต่าย ราชสีห์ ไก่ ฯลฯ
สอง คือ เหรียญดอกไม้อยุธยา ซึ่งคนพื้นที่อยุธยาเรียกว่า “ดอกไม้พระร่วง” เป็นเหรียญหล่อจากโลหะราคาต่ำ คือ ดีบุกผสมตะกั่ว ด้านหน้าและด้านหลังเป็นรูปลวดลายคล้ายดอกไม้ มีหลายขนาด
บางขนาด มีลักษณะกลมแบน บางขนาด เป็นกลีบดอกไม้ ทุกขนาดมีรูกลมตรงกลาง ส่วนใหญ่พบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเรียกว่า “เหรียญดอกไม้อยุธยา”
ประกับดินเผา และ เหรียญดอกไม้อยุธยา เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงพัฒนาการทางเงินตราของชนชาติไทยในอดีต และเป็นหนึ่งในวัตถุจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

ดอกไม้พระร่วงในปัจจุบัน

ดอกไม้พระร่วงในปัจจุบัน พ่อท่านเกษม วัดมะม่วงตลอด จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดสร้างตามตำรารูปแบบเดิม เพื่อให้ลูกศิษย์ได้พกติดตัว เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมโชคลาภ เพิ่มพูนเงินทอง เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน อุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ไม่ขาด จัดว่าเป็น เครื่องราง แห่งยุค

ดอกไม้พระร่วง หลวงพ่อเกษม เขมจาโร
ดอกไม้พระร่วง หลวงพ่อเกษรม สร้างใหม่ตามแบบโบราณ

บทสวดบูชา
ตั้งนะโม 3 จบ
“พุทธะ มะอะอุ นะโมพุธานะ
นาชาลีตี ลาภะ ลาภา พุทธธัสสะ มาณีมามะ พุทธธัสสะ สวาหะ สวาโหมฯ” แล้วตั้งจิตอธิษฐาน