หมากพลู

หมากพลู ไม่ได้เป็นแค่ของเซ่นไหว้ ตอนที่ 2

“หมากพลู” เป็นหนึ่งในวัฒนธรรม ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันใช้เพียงสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมกินหมากได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน ในตอนที่แล้ว เราเล่าเรื่องราวการเดินทางของหมากพลู ตั้งแต่รัฐสุโขทัยมาจนสมัยอยุธยา ในครั้งนี้เรายังคงพาย้อนไปเส้นทางหมากพูลยังสมัยรัตนโกสินทร์

เมื่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การ “กินหมาก” กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแทบทุกครัวเรือน เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้กล่าวถึงการกินหมากในสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ว่า

“…เรื่องหมากนั้นมีประเภทและข้อความที่กล่าวบรรยายได้เล่มสมุดว่า เพราะนับถือเข้ามาเป็นเครื่องเคี้ยวสำหรับประดับชั้นยศบรรดาศักดิ์เสียแล้ว ใช้เคี้ยวทั่วไปทั้งชายหญิง จะไม่เคี้ยวอยู่บ้านก็น้อยตัวนักที่มักจะเก่เป็นอย่างฝรั่ง หรือวิงเวียน ยัน ไม่เป็นที่ชอบใจ หรือที่เห็นเป็นการเปรอะเปื้อนไปบ้างก็มี ถ้าจะเทียบดูแล้วชาวเราผู้ที่ไม่เคี้ยวหมาก หมื่นคนจะมีสักคนหนึ่ง…”

จะเห็นได้ว่า วัฒนธรรมการกินหมากของชาวสยาม หรือชาวไทยมีช้านาน และได้รับความนิยมเป็นอันมาก เพราะในสมัยก่อน เริ่มกินหมากกันตั้งแต่รุ่นหนุ่มสาว กินกันได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีแบ่งชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นไพร่ ผู้ดี เศรษฐี หรือแม้แต่คนจน

การกินหมากไม่ได้จำกัดช่วงเวลาว่าต้องกินตอนเช้า กลางวัน เย็น ย่ำค่ำ ก่อนหรือหลังอาหาร คนไทยเคี้ยวหมากติดปากจนติดเป็นนิสัย

และการกินหมากไม่ใช่เพียงการเคี้ยวใบไม้ หรือลูกไม้รสฝาดเผ็ด เพื่ออประทังความหิว หรือเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่เป็นวัฒนธรรมและความงามที่ขาดเสียไม่ได้ในทรรศนะของคนในสมัยก่อน

ผลของการกินหมากของคนในสมัยก่อน คือ “ฟันดำ” จนกลายเป็นแฟชั่น ซึ่งตรงข้ามกับสมัยนี้ที่นิยมฟันขาว ดังปรากฏใน บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตอนชมโฉมนางสีดา ซึ่งเปรียบความงามของฟันที่งามดั่งนิลเรียงกัน ซึ่งสีของนิล คือสีดำ ทำให้ความงามของฟันไม่ได้เป็นสีขาว

“พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดังจันทร พิศขนงโก่งงอนดังคันศิลป์

พิศเนตรดั่งเนตรมฤคิน พิศทนต์ดั่งนิลอันเรียบราย”

อย่างที่กล่าวไปแล้วในตอนต้น เมื่อถึงรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม “หมากพลู” ได้กลายเป็นสินค้าต้องห้าม ทำให้การกินหมากลดความนิยมลง

ขันหมาก
หมากพลูที่ใช้ประกอบพิธีแห่ขันหมาก

แต่พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับหมาก ยังคงปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของการจัดหมาก เช่น

การจัดเครื่องรับรองพระสงฆ์หรือแขก จะมีกระโถน น้ำเย็น น้ำร้อน หมาก พลู และบุหรี่

ส่วนในพิธีอุปสมบท สิ่งของที่พระบวชใหม่เตรียมแสดงความเคารพต่อพระอุปัชฌาย์ จะมีหมากรวมอยู่ด้วย

ในพิธีทำขวัญเด็ก ใช้หมากพลู 3 คำ พิธีทำขวัญเดือน และพิธีตัดจุก ใช้ใบพลูพิธีละ 7 ใบ

พิธีแต่งงานและพิธีหมั้น จะมีหมาก 8 ผล ตัดเป็นระแง้ (แขนงของทะลายหมาก) หรือระแง้ละ 2 ผล มีพลู 4 เรียง เรียงละ 8 ใบ

พิธีวางศิลาฤกษ์ เครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ ถ้าเป็นเครื่องใหญ่จะมีหมากวางรวมอยู่ด้วย

พิธีแซยิด จะใช้หมากพลู 124 คำ

พิธีทำศพ ใช้หมาก 1 คำ ใส่ไว้ในกรวย โดยจะนำกรวมหมากสอดมือผู้ตายหลังมัดตราสัง เพื่อให้นำไปสักการะพระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ ส่วนในพิธีปลงศพ หมากจะถูกรวมอยู่ในเครื่องกัณฑ์เทศน์

ในการไหว้ผีหรือเซ่นผี “หมากพลู” คือของประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ทั้งการไหว้ผีบ้าน เซ่นผีปู่ย่า ไหว้เจ้าที่ อย่างน้อยต้องจัดเตรียม หมาก 1 คำ พลู 1 จีบ หรือจะจัดเป็นผลก็ตามแต่สะดวก

แม้ว่าในปัจจุบันนี้ วัฒนธรรมการกินหมาก ได้หายไปจากสังคมไทย แต่หมากพลูยังคงปรากฎอยู่พิธีกรรม ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอหวย ขอโชคลาภคราวหน้า อย่าลืมหมากพลูในเครื่องเซ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก ห้องสมุด มสธ. , กองส่งเสริมวัฒนธรรม,

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมากพลู ไม่ได้เป็นแค่ของเซ่นไหว้ ตอนที่ 1