ผีเปรต สัมภเวสีที่ต้องชดใช้กรรมบนโลกมนุษย์และแดนมิคสัญญี

ผีเปรต สัมภเวสีที่ต้องชดใช้กรรมบนโลกมนุษย์และแดนมิคสัญญี

ผีเปรต นั้นเป็นผีชนิดหนึ่งซึ่งอยู่คู่กับเมืองไทยมาช้านาน ไม่ว่าใครก็ย่อมมีภาพติดตาเรื่องเปรตตัวสูงมือใหญ่เท่าใบลาน ปากเท่ารูเข็มเนื่องจากบาปที่เคยดุด่าว่ากล่าว บุพการีของตนเองในสมัยที่เป็นมนุษย์ แบบในเรื่อง “5 แพร่ง” ที่น้องเก้า จิรายุเป็นเปรตในตอนท้ายเรื่อง และคุณนุ่น วรนุชในเปรตวัตสุทัศน์นั่นเองครับ

ผีเปรต เป็นวิญญาณที่มีร่างกายสูงใหญ่และมีอาการหิวโหยอยู่ตลอด มันจะไม่หยุดอาละวาดถ้าเราไม่ทำพิธีกรรมเซ่นไหว้มันด้วยอาหาร

เปรตนั้นไม่ใช่วิญญาณแต่เป็นสภาพของสิ่งมีชีวิตที่เคยก่อกรรมรุนแรงมากๆ จนกลายเป็นสัมภเวสี เช่น ทำร้ายพ่อแม่บังเกิดเกล้า เมื่อตายแล้วผลกรรมทำให้มาเกิดเป็น อมนุษย์ ที่มีร่างกายไม่สมประกอบและต้องใช้เวลาชดใช้กรรมทบนโลกมนุษย์เสร็จ ก็ต้องไปรับกรรมในนรกอีกแบบไม่จบไม่สิ้น

ธรรมดาแล้วเปรตจะไม่ทำร้ายคนเพราะเป็นผีประเภทออนแอ ปวกเปียก เพราะร่างการไม่สมประกอบและการปรากฏตัวของมันจะเป็นการขอส่วนบุญส่วนกุศลมากกว่า ตามตำนานเปรตมีได้หลายรูปแบบ แต่แบบที่ทุกคนคุ้นเคยกันมากที่สุดคือ ตัวสูงโย่ง มือใหญ่เท่าใบลาน เดินกะย่องกะแย่ง มีปากเท่ารูเข็มเวลาที่หิวโหยจะส่งเสียงร้องที่ชวนน่าสะพึงกลัวคงจะคล้ายๆ แบบในหนังเรื่อง 5 แพร่งตีความออกมา

นอกจากเรื่องของเปรตแล้วยังมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พวกมัน โดยประเพณีทำบุญที่โด่งดังมากๆ ในไทย คือ “ประเพณีชิงเปรต” ที่จะจัดขึ้นช่วง “สารทเดือนสิบ” ของทุกปี ในแถบจังหวัดภาตใต้ของไทยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช และในประเพณีชิงเปรต จะมีแท่นบูชาสูงๆ เพื่อวางอาหารไว้ให้เหล่าเปรต เพื่อให้มันมาทานอาหารที่ชาวบ้านนำมาให้ เรียกว่า “ร้านเปรต” ครับ

ประเภทของเปรตมี 13 ประเภทที่เรารวมมาดังนี้

1. วันตาสาเปรต

เวลาเห็นคนถ่มเสลด น้ำลายออกมา จะรีบตรงไปดูดเอาโอชะเสลดเป็นอาหารแต่ยังหิวโหยเช่นเดิม

2. กุณปขาทาเปรต

ชอบซอกซอนหาซากศพสัตว์อึดเน่าเหม็นกินเป็นอาหารด้วยความหิวโหย

3. คูถขาทาเปรต

เปรตชนิดนี้ชอบเที่ยวแสวงหาอุจจาระของสิ่งมีชีวิตกินเป็นอาหาร

4. อัคคิชาลมุขาเปรต

มีรูปร่างผอมโซ มีเปลวไฟแลบออกมาจากปากตลอดเวลา

5. สุจิมุขาเปรต

มีเท้าทั้งสองใหญ่โต คอยาวมาก แต่ปากเท่ารูเข็ม

6. ตัณหาชิตาเปรต

เปรตเหล่านี้จะเดินตระเวนท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เพื่อหาอาหาร

7. นิชฌามักกาเปรต

มีรูปร่างเหมือนต้นเสาหรือต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ มีกลิ่นเหม็นเน่า มือและเท้าเป็นง่อย

8. สัพพังคาเปรต

ร่างกายใหญ่โต เล็บมือเล็บเท้ายาวคมเหมือนมีดเหมือนดาบและงอเหมือนตะขอ

9. ปัพพตังคาเปรต

มีร่างกายใหญ่เหมือนภูเขา เวลากลางคืนสว่างไสวด้วยเปลวไฟ

10. อชครเปรต

มีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เดียรัจฉาน เช่น มีรูปร่างเป็นงูเหลือม เป็นเสือ เป็นม้า

11. เวมานิกเปรต

มีวิมานทองอันเป็นทิพย์ บางตนจะเสวยสุขราวเทวดาในเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืนจะเสวยทุกข์ที่เกิดจากความตระหนี่ในทรัพย์

12. มหิทธิกาเปรต

เป็นเปรตที่มีฤทธิ์และรูปงามดุจเทวดา แต่ว่าอดอยากหิวโหยอาหารอยู่ตลอดเวลา

13. อสิสเปรต

เป็นเปรตที่ไร้หัว มองไม่เป็นและไม่สามารถกินอาหารได้ มันอ่านว่า อะ-สิ-สะ-เปรตนะครับ บางที่เขียนว่า “อลิสเปรต” ไม่ใช่ อลิสในเกมอาร์โอวีนะ

ถึงแม้เปรตในความเชื่อของคนไทยจะดูน่ากลัว และเหลือเชื่อสำหรับพุทธศาสนิกชนบางคน แต่หากเราประพฤติตัวอยู่ในศีลในธรรม และมีจิตกุศล เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ยากไร้ มีจิตสงสารและเห็นใจ เวทนาต่อผู้ที่มาขอความช่วยเหลือ และอิ่มเอมใจที่ได้เสียสละให้สิ่งที่ตนมี หวังเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ของคนอื่นที่พึงได้ เท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าตายไปจะทุกข์ทรมาน กลายเป็นเปรตอันน่ากลัวแน่นอน