ชาวมหาสารคามเฮง ถูกหวย รางวัลที่ 1 รับไปคนละ 12 ล้านบาท

ชาวมหาสารคามเฮง ถูกหวย รางวัลที่ 1 รับไปคนละ 12 ล้านบาท

ชาวมหาสารคามดวงเฮง ถูกหวย รางวัลที่ 1 ถึง 2 ราย รับทรัพย์ไปกว่า 12 ล้านบาท ชายที่ถูกรางวัลเผย ฝันเห็นคนตายภายในบ้าน ส่วนแม่ค้าดวงเฮง ได้เลขมาจากเลขทะเบียนรถใหม่ของพี่สาว

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 ก.ย. 63 ประกาศเลขที่ออกคือ 244083 มีผู้โชคดี 2 ราย ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์กว่า 12 ล้าน ซึ่งผู้โชคดีดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ทำให้ทราบว่าผู้ที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรายแรก ประกอบอาชีพเป็นเป็นชาวนา ชื่อนายนิว เทียงเดช อายุ 57 ปี เป็นชาวต.เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยชาวบ้านในพื้นที่แห่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

นายนิว หนึ่งในผู้ที่ถูกรางวัลกล่าวว่า ได้ซื้อลอตเตอรี่มาจากพ่อค้า เพราะตนนั้นฝันว่ามีคนชรามาเสียชีวิตที่บ้าน ทำให้ตัดสินใจซื้อเลขที่บ้านของตนเองนั่นคือ 83 เป็นจำนวนเงิน 1,600 บาท

หลังจากซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนก็ใช้ชีวิตตามปกติ จนวันประกาศรางวัล ลูกสาวโทรมาบอกว่าให้ตรวจสอบสลากที่ซื้อมา เมื่อตรวจสอบปรากฏว่าตน ถูกรางวัลที่ 1 ทำให้ตนดีใจเป็นอย่างมาก จึงชวนภรรยาไปที่ สภ.นาเชือก เพื่อลงบันทึกประจำวัน

นายนิว เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนต้องทำงานหาเงิน เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและปลดหนี้ ธ.ก.ส. แต่ในปัจจุบันหนี้ก้อนนั้นหมดไปแล้ว ทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ตนคิดว่าการถูกรางวัลครั้งนี้เป็นโชคที่ได้มาจากตะกรุด

ส่วนอีกรายที่ถูกรางวัลคือแม่ค้าขายส้มตำที่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ชื่อนางปรานอม จันทราช อายุ 44 ปี

เมื่อสอบถามนางนางปรานอม ทำให้ทราบว่าหลังจากที่ตนถูกรางวัลตนรีบเข้าไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เขวาใหญ่ ทันที

นางปรานอม เผยกับทีมข่าวอีกว่า จริงๆ แล้วตนเป็นชาว ต.ผักแว่น อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด แต่ย้ายมาที่ จ.มหาสารคามได้ 3 ปีแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ พี่สาวของตนซื้อรถใหม่ ตนจึงนำเลขทะเบียนรถของพี่สาว ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล

เมื่อรู้ว่าถูกรางวัลตนดีใจเป็นอย่างมาก ส่วนเงินที่ได้จากการถูกรางวัลจำนวนหนึ่งจะนำไปทำบุญให้พ่อที่เสียไปแล้ว พร้อมเผยว่าจะหยุดขายส้มตำที่ จ.มหาสารคาม และจะเดินทางไปกทม. เพื่อเปิดร้านส้มตำใหม่อีกครั้ง

หวยไทยไทย ขอแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่ทุกคนด้วยนะ

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์