China Found Black Death

จีนเตือนภัยระดับ 3 กาฬโรค หวั่นระบาดซ้ำรอยโควิด-19

จีนหวั่นซ้ำรอยโควิด-19 เร่งประกาศเตือนภัยระดับ 3 หลังพบเคสผู้ป่วย กาฬโรค 1 ราย และผู้อยู่ในข่ายต้งอสงสัยอีก 1 ราย ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าติดเชื้อจากที่ใด ทางการจีนจึงดำเนินการเร่งสืบสวนโดยด่วน

สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ทางการประเทศจีน ประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขระดับ 3 ซึ่งเกือบเป็นขั้นสูงสุด หลังการพบเคสผู้ป่วยกาฬโรค 1 คน และผู้เข้าข่ายต้องสงสัยอีก 1 คน ในประเทศจีน

การพบเคสผู้ป่วยกาฬโรคนั้น สร้างความกังวลใจให้แก่ทางการจีนเป็นอย่างมาก ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โรคโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย และไม่นานมานี้ จีนยังพบเคสผู้ป่วยโรคไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่อีกด้วย

จากรายงานของทางการจีน ผู้ป่วยรายแรกเป็นชาย ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า โดยในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 เขาได้เดินทางไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเขตบริหารกองธงกลางอูราด เมืองปาหยานนูร์ เขตปกครองตนเองมองโกเลีย ทางตอนเหนือสุดของจีน หลังมีอาการไม่สบาย

ผลการตรวจร่างกาย และจากการวินิจฉัยของแพทย์ ได้สันนิษฐานว่าชายดังกล่าวป่วยเป็น กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic Plague) จึงได้ส่งตัวไปที่ศูนย์กักกันโรค ภายใต้การเฝ้าระวังของแพทย์ อาการเขาจึงทรงตัวดี ไม่น่าเป็นห่วง

แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อมาได้อย่างไร และเพราะเหตุใด ทางการจีนจึงต้องเร่งสืบสวน

ในขณะที่ผู้ป่วยในข่ายต้องสงสัยอีกราย เป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี น่าจะติดเชื้อกาฬโรคมาจากการสัมผัสตัวมาร์มอต (Marmot) Marmot) กระรอกขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ซึ่งสุนัขของเขาล่ามาได้

มาตรการรับมือของทางการจีน คือการประกาศห้ามล่าสัตว์ และกินเนื้อสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรค รวมไปถึงขอความร่วมมือประชาชนที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ ให้รีบรายงานตัว และแจ้งทางการทันที
กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หรือ Bubonic Plague เป็นโรคที่ร้ายแรงในยุคหนึ่ง สามารถคร่าชีวิตคนไปมากกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย แอฟริกา ในช่วงศตวรรษที่ 14
ไม่หมดเพียงเท่านั้น กาฬโรคได้แพร่ระบาดอีกหลายครั้ง โดยครั้งใหญ่คือปี ค.ศ. 1665 หรือ พ.ศ. 2208 ได้กวาดประชาชนกรุงลอนดอนไปถึง 1 ใน 5
และกาฬโรคยังเคยระบาดที่อินเดียและจีน ในช่วงคริสต์วรรษที่ 19 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12 ล้านคน ทำให้กาฬโรคได้ถูกขนานนามใหม่ว่า “Black Death”
อาการของกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง คือ เป็นไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณขาหนีบและรักแร้ ในสมัยก่อนโรคนี้คือโรคอันตรายมาก แต่ในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยง่ายด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ

 

ขอขอบคุณข่าวจาก Kapook.com , BBC